น้องสยาม มารายงานตัวแล้วครับ!
ผมเด็กชาย สยาม ซานเชส บวรสาโชติ
เกิดวันที่ 17 ตุลาคม 2551 เวลา 7.42
ตอนเช้าๆที่ฝนกำลังตกพร่ำ
แม่เบ่งเอง
ไม่ได้มีตัวช่วยหรือ เครื่องดูด หรืออะไรทั้งนั้น
คุณอาหมอที่ใจดี
ทำคลอดให้ผมมาลืมตาดูโลก อย่างปลอดภัย
อาหมอ สุวิทย์ โรงพยาบาลพญาไท 3
ตอนผมคลอดปะป๊ะมาทันให้กำลังใจมะม๊ะ
มีคุณยายจ๋า รออยู่หน้าห้องเพราะกลัวเลือด
มะม๊ะกำลังใจดี มีปะป๊ะอยู่ด้วยกันตลอด
แถบถ่ายภาพผมออกมาลืมตาดูโลก
แบบทุกวินาทีไม่มีตกหล่น
เอ่อ คือ ผมไปก่อนดีกว่า
มะม๊ะอยากเล่าประสบการณ์คลอดด้วยตัวมะม๊ะเอง
มาแล้ว อยากเล่าอย่างแรง
ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม
ประทับใจสุดๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต
กับหน้าที่ของความเป็นแม่
จูนเจ็บท้องนอนโอดโอย
แต่พอทนเหมือนเจ็บประจำเดือน
ทั้งวันของวันที่ 16 ตุลา
จนคืนที่ 17 ตุลา 2551 เวลาตี 1.57 นาที
ก็เจ็บถี่ขึ้นเรื่อยๆและก็มีปวดท้องอึร่วมด้วย
เรียกอิ๊กกี้ให้จับเวลา ผลคือ เจ็บทุกสิบนาที
และก็รู้สึกเหมือนจะอึให้ได้
ก็เข้าห้องน้ำไปนั่งพยายามอึ
แต่ก็ไม่มีไรออกมาเลย ปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ
จาก 10 เป็น 7 นาที เดี๋ยวก็เป็นทุก 10 นาทีอีก
แต่ก็ยังไม่ไปนะ
อิ๊กกี้เตรียมของแล้ว เรียกแม่ให้ตื่น แม่ก็เก็บของ
แต่จูนยังใจเย็นนั่งที่โซฟาแบบเดี๋ยวก่อน
ขอให้ชัวร์แล้วค่อยไป
จนเหมือนจะอึให้ได้
เข้าห้องน้ำนั่งก็ไม่อึอีก แต่มีเลือดแล้วนี่สิ
เลยรีบไปโรงพยาบาล
ถึงโรงพยาบาลตอนตี 3.20 ได้
พยาบาลทำการ บวชชีให้เรียบร้อย
(เล่นซะเตียนเชียว)
(ตอนนี้ออกจากบวชชีแล้ว ยิบๆคันหน้าดู)
เล่าต่อ ออกนอกเรื่องอีกแล้ว
พอตี 4 หมออีกคนก็มาตรวจการเปิดของปากมดลูก
ตรวจได้ 4 เซน
ตี 5 พยาบาลมาตรวจอีกได้ 6 เซน
จน 6.30 โดยประมาณ หมอกำลังเดินทางมา
แต่ให้พยาบาลมาตรวจอีก
ได้ 8 เซน ตอนแปดเซนคือ ปวดมากๆจะไม่ไหวอยู่แล้ว
มีอิ๊กกี้กุมมือ ให้กำลังใจเจ็บถี่ขึ้นๆเรื่องๆระยะก็สั้นลง
พอมันมาให้เจ็บปวดแต่ละที ใจจะขาด
แต่ร่างกายยังปราณี
มีให้พักเพลียจะหลับได้ซักแป๊บ มาอีกแล้ว ทนต่อไป
พยาบาลบอกว่าจะขอยาแก้ปวดได้นะค่ะ
แต่มีข้อแม้ คือ ขอได้ครั้งเดียว ควรจะทนเจ็บให้ถึงที่สุด
เพราะถ้าได้ยาไปแล้ว พอปวดมากขึ้นจะขออีกไม่ได้
และก็มีผลกับน้อง คือ ทำให้น้องเบอๆง่วงๆด้วย
นี่คือผลข้างเคียง
อ้าว! งั้นทนต่อไป ไม่เอา
ตอนที่พยาบาลบอกเรื่องยาแก้ปวด
ปากมดลูกเปิดได้ 6 เซนแล้ว แต่ก็ทนต่อไป
จน 8 เซนไม่ไหวแล้ว พยาบาลขอยาเถอะๆค่ะ
ได้ยาไป เออ ช่วยได้นะ ดีขึ้นนิดนึง นิดนึงจริงๆไม่มาก
แต่มีลมเบ่งมาโดยไม่สามารถควบคุมได้
ที่สำคัญอายจัง อึออกมาเฉยเลย
ทั้งที่โดนสวนอึไปแล้ว แต่ในลำไส้ยังมีหลงเหลืออยู่
พยาบาลมาเช็ดให้
และบอกให้กำลังใจว่าไม่เป็นไรค่ะคุณแม่
ธรรมดาค่ะ ไม่เป็นไรนะค่ะ
ประมาณเกือบ 7 โมง อาหมอสุวิทย์มา
อิ๊กกี้ใส่เสื้อเตรียมตัวแล้ว
จูนจากที่นอนโอดโอย
หายใจเข้าทางจมูก หายใจออกทางปาก
แบบที่พยาบาลสอน ช่วยได้เยอะ
(คลอดลูกต้องมีสติ กับการหายใจ)
ช่วยลดความเจ็บปวดได้ดีทีเดียว
พยาบาลเตรียมพร้อม
จูนขึ้นขาหยั่ง ตอนเกือบๆ 7 โมงได้มั้ง
หมอสุวิทย์บอกปากมดลูกเปิดได้ 10 เซนแล้ว
เบ่งแค่ 15 นาที น้องก็ออกมาได้แล้ว
แต่มันอยู่ที่จูนไง ไม่มีลมเบ่ง เบ่งนานมากๆ
ทรมานตอนเบ่งนี่แหละ เบ่งไงก็ไม่ออก
พยาบาลสองคน ที่ช่วยกดท้องตอนที่ท้องแข็ง
หมอจะให้เบ่งตอนที่ท้องแข็งร่วมด้วย
ขอบอกตอนพยาบาลกดท้อง และให้เบ่ง
มันเบ่งไม่ได้หงะ
กดท้องทีก็หายใจไม่ออกแล้ว ทรมาน
โดนยาแก้ปวดไป ก็รู้สึกว่าเพลียนะ
เพราะตอนนั้นมันเจ็บสุดๆแล้วไง
พอมียามาช่วย
เหมือนมันทำให้หายใจหายคอได้มากขึ้น
แล้วบอกกับเพลีย เลยอยากหลับ
หมอสุวิทย์ถามตลอดไหวมั้ยคุณแม่
ถ้าไม่ไหวจะใช้ที่ดูด
โห! ตอบอยู่หลายครั้งไหว ไหว และก็ไหว
จูนกลัวลูกหัวไม่สวยหงะ ไหวไว้ก่อน
แม้จะแทบไม่ไหวแล้ว
หมอสุวิทย์คอยรายงานตลอด
เห็นผมแล้ว เห็นหัวน้องบางส่วนแล้ว
คุณแม่เบ่งยาวๆอีกนิด เดี๋ยวหมอช่วยครับ
ขอให้เบ่งยาวๆไว้
(เบ่งไม่ไหวแล้วโว้ย ตอบในใจตอนนั้น)
จนสุดท้ายหมอบอกเห็นหัวลูกบางส่วน ดีมากๆครับ
อีกครั้งนะคุณแม่ เดี๋ยวหมอขอฉีดยาให้
และหมอก็กรีดจี๊
โดยที่จูนไม่รู้สึกไรหรอก แม้ฉีดยาก็ไม่รู้
แต่ที่เล่าได้เพราะเห็นภาพที่อิ๊กกี้ถ่ายไว้
จนหมอกรีดแล้ว
เราพยายามต่อไปและเบ่งจนใจแทบขาด
ออกมาได้ น้องสยามไม่มีเสียงร้องเลยหงะ
มีแต่แอ๊ๆแค่สองสามแอ๊
แค่นั้นจริงๆ
หมอสุวิทย์เอาน้องมาวางบนพุงเรา
ตอนนั้นยังไม่อินกับคำว่าแม่ มันเพลียจัด
แต่ก็รู้ว่าตัวเองถือว่าคลอดง่าย
เพราะ ถ้าเจ็บจริง
แบบถี่ๆหนักก็ตอน ตีสามกว่าไปแล้ว
นับรวมๆเจ็บท้องคลอด
จนสิ้นสุดการคลอดแค่ 4 ชั่วโมงได้
ถือว่าคลอดง่าย ท้องแรก
ปากมดลูกเปิด 2 เซน ทุกชั่วโมง ถือว่าโชคดีไป
ประทับใจไปชั่วชีวิต เจ็บซึ้งๆแบบนี้
ระหว่างที่น้องออกมา ก็ยังไม่ได้ตัดสายสะดือนะ
เพราะมีเจ้าหน้าที่สองคน ที่เราซื้อ stem cell
มารอเอาเลือดน้องสยามจากสายสะดือ
สองคนนี้แหละที่คอยพัดให้เราตอนเบ่งคลอด
เพราะว่าเราบอกว่าร้อนมากๆ
แต่คนในห้องคลอดบอกว่าหนาว มีคุณแม่ที่ร้อนเดียว
ดีได้สองคนนี้พัดให้เย็นขึ้นมาได้
(ไว้จะมาเล่าเรื่องซื้อ Stem Cell ให้น้องสยามนะจ้า)
จนกระทั้งเก็บเลือดน้องไปเรียบร้อยแล้ว ตัดสายสะดือ
เอาน้องไปทำความสะอาด อาบน้ำ ชั่งน้ำหนัก
วัดความยาว
ส่วนอิแม่ทางนี้ หมอใช้เวลาเย็บ 1 ชั่งโมง20 นาทีได้
คิดดูว่าแผล กับจิ๊อิแม่มันแย่แค่ไหน ตกแต่งกันไป
เย็บเสร็จ พาน้องมาให้ได้อุ้มได้หอม ให้นม
ทั้งที่ไม่มีนม
สัญชาตญาณของน้องดูดเอาเป็นเอาตาย
น่าสงสารมะม๊ะไม่มีน้ำนมเลย
ยังไม่มา น้ำนมมาอีกวัน
ไม่มากแต่ถือว่ามาเร็วแล้วหละ
คลอดเอง ฟื้นตัวเร็วนะ เดินบ่ายวันนั้นเลยหงะ
ไปให้นมน้องที่เนอสเซอรี่
อยู่ตามแพคเก็จ 3 วัน 2 คืน
จูนกลับบ้าน แต่น้องสยามยังอยู่โรงพยาบาล
ให้คุณหมอตัดปลายแมมมอส และไปรับอีกวัน
(เรื่องตัดปลาย หรือขลิปแมมมอสเนี่ย ไว้มาเล่านะ)
ตอนนี้ทั้งมะม๊ะและน้องสยามสบายดี
น้องสยาม กินกับนอน
ฉี่กับอึ อยู่อย่างนี้ วนเวียนไม่มีไรมากๆ
โดยรวมๆเลี้ยงง่าย(ตบปากสามทีด่วน)
ติดแม่พอควร ได้กลิ่นแม่ไม่ได้
ทำปากเป็นนกจะดูดนมท่าเดียว
มะม๊ะรักหนูจะแย่อยู่แล้วสยาม
ขอให้หนูเลี้ยงง่ายๆแบบนี้ตลอดไปนะลูก
ปล.ตกลงติดไว้ 2 เรื่องนะจ้า
เรือง Stem Cell กับเรื่องตัดปลายแมมมอสน้องสยาม)
ชุลีเนตร28 ต.ค. 2551 เวลา 19:06 น.
มาลงรูปใหม่อีกครั้ง กว่าจะได้ เฮ้อ แทบแย่
ถ่ายไว้วันที่ 22 ไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลตามนัด ตรวจตัวเหลือง
ผ่านครับไม่มีเรื่องตัวเหลือง มีแต่ตัวแดง อิอิ
ภาพนี้ใหญ่ซะใจอิแม่มากๆ โหลดไม่ได้ดีนักใช่มั้ย ฮ่าๆ เอาซะใหญ่ไปเลย
เอารูปมาลงแค่นี้ก่อนนะจ้า ไว้ว่างแล้วจะมาอัพไดใหม่
น้ำนมพุ่งกระจาย น้องดูดแบบเอาเป็นเอาตายเช่นกัน
สยามจ๋า อย่าสะบัดหัวนมมะม๊ะสิ เจ็บนะโว้ย ลูกรัก
ชุลีเนตร28 ต.ค. 2551 เวลา 22:25 น.